ปัญหา “เงินกินเปล่า” หรือ “เงินบริจาคเพื่อการศึกษา”*

ผู้แทนจากคณะนักบวชต่าง ๆ ที่ดำเนินกิจการโรงเรียนได้ประชุมกัน โดยมีพระคุณเจ้ามนัส จวบสมัย เป็นประธาน ณ ตึกปิยะการุณย์ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2530 เวลา 9.30 น.
ที่ประชุมได้อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
  • สถานการณ์ปัจจุบัน
    1. อัตราค่าเล่าเรียนที่รัฐอนุญาตให้เก็บไม่เพียงพอแก่รายจ่ายถ้าโรงเรียนต้องการรักษามาตรฐานการศึกษา จัดสวัสดิการ
        ครู และพัฒนาบุคลากรของโรงเรียน
    2. การพัฒนาโรงเรียนจำเป็นต้อง อาศัยปัจจัยการเงิน ซึ่งจะได้มาจากการบริจาคของผู้ปกครอง
    3. ประชาชนบางกลุ่มเห็นการรับบริจาคจากผู้ปกครองเป็นการเรียก “เงินกินเปล่า” แต่บางกลุ่มเห็นว่าเป็นการร่วมทำบุญ
        กุศลเพื่อพัฒนาการศึกษา
    4. โรงเรียนคาทอลิกจำนวนมาก เป็นต้น ในต่างจังหวัด มีฐานะการเงินไม่ดี จึงขาดการพัฒนาและขาดคุณภาพ ปัญหา
        สำคัญของโรงเรียนก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถรักษามาตรฐานการศึกษาไว้ได้
    5. ปัจจุบันเริ่มมีการโจมตีโรงเรียนคาทอลิกอย่างเปิดเผย และได้รับความเห็นชอบอย่างเงียบ ๆ จากผู้ใหญ่บางคนใน สช. 
        และนักการศึกษาบางคน
    6. รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ กำลังมองโรงเรียนเอกชนว่าเป็น “ส่วนเกิน” ไม่ใช่เป็นผู้มา “ร่วมรับภาระ” เหมือนสมัย
        ก่อน
    7. โรงเรียนคาทอลิกบางแห่งกำลังประสบปัญหาทางการเมืองเนื่องมาจากครูภายในเป็นเหตุ
    8. จำนวนโรงเรียนเอกชนลดน้อยลงทุกปี
  • ข้อเสนอแนะ
             1. ในเมื่อการรักษามาตรฐานการศึกษา การพัฒนาโรงเรียน การพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็นและต้องอาศัยปัจจัย
                  เงินเป็นหลักโรงเรียนควรปรึกษาหารือกับสมาคมผู้ปกครองและครูและสมาคมศิษย์เก่า แต่ต้องใช้ดุลยพินิจและความระมัดระวัง
                  มิให้สมาคมหรือกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อโรงเรียนกระทำการเรี่ยไร หรือการใด ๆ
                  เชิงบังคับขู่เข็ญ อันจะทำให้ภาพพจน์ของโรงเรียนเสื่อมเสีย
             2.โรงเรียนต้องไม่ยอมให้ผู้ปกครองเขียนลงในใบสมัครแสดงความจำนงจะบริจาคเงินเมื่อเวลามาฝากบุตรเข้าเรียน
             3. เมื่อรับนักเรียนเข้าเรียนแล้ว ถ้าโรงเรียนมีความจำเป็นที่จะพัฒนาโรงเรียน ผู้บริหารควรทำโครงการและอาจจะเชิญชวน 
                 ผู้ปกครองร่วมบริจาค โดยไม่มีการบังคับ  
             4. ขอให้ผู้บริหารโรงเรียนระวังมิตรสหาย ผู้ใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องฝากเด็กเข้าเรียน
             5. การฝากเด็กเข้าเรียนโดยผู้ใหญ่
  • ฝ่ายบ้านเมือง
            ผู้บริหารโรงเรียน ควรพิจารณาช่วยเป็นพิเศษ โดยใช้ดุลยพินิจ ไตร่ตรองให้ถ่องแท้เสียก่อน
  • ฝ่ายศาสนจักร
            ขอให้พิจารณาในแง่ของ pastoral ทั้ง 2 กรณี ควรถือตามระเบียบของโรงเรียน
             6. ผู้บริหารต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูนักบวชและครูฆราวาส

*เป็นการบรรยายในการประชุมผู้บริหารโรงเรียนคาทอลิก ณ ตึกปิยะการุณย์ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ วันที่ 5 มิถุนายน 2530
*ครู อาจารย์ นักบริหารการศึกษา และนักบริหารการพัฒนา : ภราดา ดร. ประทีป ม.โกมลมาศ