การเคลื่อนไหวทางการศึกษาทั่วๆ ไป 2528-29 

1. บทบาทของพระศาสนจักรทางการศึกษา
2. ข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนให้
สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน
3. แนวโน้มทางการจัดการศึกษา ตามแผนพัฒนาการศึกษา ศาสนาและศิลปวัฒนธรรมระยะที่ 6 (2530-2534)
1. บทบาทของพระศาสนจักรทางการศึกษา
พระศาสนจักรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษามาตั้งแต่ต้น นอกจากการให้การศึกษาอบรมเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนของศาสนาแล้วยังได้มีการจัดตั้งโรงเรียนให้ความรู้ทางด้านวิชาการอื่นๆ ควบคู่กับการสร้างวัด โดยเหตุนี้โรงเรียนของวัดจึงเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่เยาวชนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ นอกจากการให้การศึกษาควบคู่ไปกับวัดยังมีคณะนักบวชชาย-หญิงอีกเป็นจำนวนมากที่เห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาได้เข้ามามีบทบาทร่วมด้วย โรงเรียนหรือสถาบันของการศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่างก็ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นตัวแทนของพระศาสนจักรทางการศึกษาที่สำคัญ
1. ภาระหน้าที่ที่จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ก็คือปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่เยาวชน
2. การกำหนดแนวปฏิบัติ การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งสู่เป้าหมายเพื่อพัฒนาคนทั้งครบรู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
3. อาศัยการร่วมมือทำงานอย่างจริงจังของทุกฝ่าย เพื่อให้การศึกษามีเอกภาพ มิใช่ต่างคนต่างทำ สถาบันการศึกษาใดที่มีความ
            มั่นคงพร้อมแล้ว
ด้านคุณภาพและเสถียรภาพควรให้ช่วย เหลือแบ่งปันกับสถานศึกษาที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ ด้วยสายสัมพันธ์
            แห่งความรักแบบโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง ช่วยเหลือกันและกันด้านวิชาการ บุคลากร และงบประมาณ
4. บทบาทของพระสงฆ์ และนักบวช ทางการศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน คือเป็นที่พึ่งทางใจเป็นผู้ชี้ทาง เป็นที่ปรึกษา
            ปัญหาชีวิต เป็นผู้เสนอวิงวอนต่อพระเป็นเจ้า ทำตนให้เป็น สงฆ์หรือนักบวชที่น่ารัก น่าเคารพก็พอแล้ว สิ่งอื่นจะตามมาเอง
            แต่ถ้าตรงข้าม แม้ปรากฏภายนอกแสดงว่าเก่ง ร่ำรวยใช้เทคโนโลยีดีสักเพียงใดก็คงจะไปไม่รอดและไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ใด
            หรือแก่บ้านเมืองมีแต่จะเป็นที่สะดุดฉุดให้สถาบันการศึกษาอื่นๆ และศาสนาพลอยเสื่อมไปด้วย
5. สิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้การศึกษาแก่เยาวชน ควรจะมุ่งสอนให้รู้จักคิดเป็น คิดชอบ ทำเป็น ทำชอบ และแก้ปัญหาโดยวิธีที่
            ชอบด้วยตนเองตามอัตภาพ 
6. การจัดการศึกษา ควรมุ่งที่จะพัฒนา "คน" ไม่ใช่พัฒนาอาคารสถานที่เป็นเอก จนไม่มีเวลาไม่มีเงินมาพัฒนาคนน่าที่จะสนใจ
            ทุ่มเทปัจจัยที่มีเพื่อพัฒนาครูให้มีคุณภาพ ให้ความสนใจ รักเด็กและทุ่มเทให้กับตัวเด็กและเยาวชน
            ซึ่งสำคัญกว่าความสูงใหญ่ของตึกมากนัก
7.ให้ความสำคัญและเวลาในการให้การอบรม และสอนคำสอนให้แก่นักเรียนคาทอลิกอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นความต้องการ
           ของพระศาสนจักรปัจจุบันเพื่อให้เด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นคริสตชนที่เปี่ยมด้วยความเชื่อและความรู้ทางพระวรสารอย่างดี
           เพื่องานศาสนสัมพันธ์กับศาสนิกชนอื่น ในขณะเดียวกันก็มีความรับผิดชอบให้การอบรมแก่นักเรียนอื่นๆ ให้มีความเลื่อมใสศรัทธาใน
           สัจธรรมของศาสนาของตน
2. ข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในการจัดการศึกษาในโรงเรียน
    เอกชนให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน
1.ให้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 เป็นอย่างดีเพื่อยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ
           ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะในหัวข้อของการบริหารและการควบคุม โรงเรียนเอกชนในเรื่อง
               -  การแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการของโรงเรียน ซึ่งจะต้องจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
               -  บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานของกระทรวง หรือของจังหวัดซึ่งเราจะต้องประสานงาน เมื่อเกิดมีปัญหา
                  ที่เกี่ยวกับครู
              -  บทกำหนดโทษ ควรจะได้ศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อที่จะได้เป็นแนวทางการทำงาน ป้องกันดีกว่าแก้ โดยเฉพาะโรงเรียน
                 ในต่างจังหวัด ที่ต้องเผชิญปัญหากับศึกษาธิการอำเภอหรือจังหวัด ที่หลายท่านปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตรงตามตัวอักษร
                 ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.
2. กำหนดให้มีการวางแผนพัฒนาโรงเรียน ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว มีคณะกรรมการร่วมกันวางแผนการพัฒนาโรงเรียน
            กำหนดโครงการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาโรงเรียน มีผู้รับผิดชอบร่วมกันให้ทุกคนในโรงเรียนได้รับรู้ และมีส่วนเกี่ยวข้อง
            ทางฝ่ายสถานศึกษาเอกชนก็พร้อมที่จะออกไปช่วยวางแผนในโรงเรียน
3. ภาครัฐบาล มีการตื่นตัวและจัดการพัฒนาโรงเรียนอย่างมีแผน มีโครงการ จัดอบรมบุคลากร อบรมด้านวิชาการต่างๆ
            จัดอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย มีการประกวดความดีเด่นของผลงานต่างๆ โดยเฉพาะในระดับมัธยม ที่เราจะเห็นได้เด่นชัด
            จำเป็นที่เราต้องติดตามและพัฒนาโรงเรียนของเราให้รุดหน้าให้ได้ มิฉะนั้นโรงเรียนเอกชนจะไปไม่รอด
4. ปรับปรุงอาคารสถานที่ให้สะอาด ร่มรื่น มีอุปกรณ์การเรียน การสอนอย่างเพียงพอปลูกต้นไม้ภายในบริเวณโรงเรียน
    ทั้งไม้ประดับและไม้ยืนต้น มีอุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ
5. การตรวจโรงเรียน ทาง ส.ช. ยึดเป็นแนวการตรวจ คือ 
        1. ความสะอาด ความร่มรื่น ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
        2. การจ่ายเงินเดือนครู และการให้สวัสดิการครู
        3. คุณภาพของการให้การศึกษาอบรมเน้นถึงการสอนคนให้มีคุณธรรมเป็นหลักใหญ่ วิชาการเป็นรอง เป็นด้านการอบรม
            ตามคุณธรรมและค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ เน้นให้เด็กรู้จักพึ่งตนเอง ช่วยตัวเองได้ ลดความอิจฉาริษยาลง รู้จักประหยัด
            และทำงานร่วมเป็นหมู่คณะ เป็นประชาธิปไตย มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ และขยันเป็นต้น (ความมุ่งหวังของ ส.ช.)
6. โรงเรียนควรมีบทบาทในการให้บริการต่อสังคม จัดกิจกรรมให้แก่ชุมชน มีการประชาสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน เพื่อที่จะได้รับความช่วยเหลือ
    จากชุมชนเป็นอย่างดี มีการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐโดยใกล้ชิด มีผลงานปรากฏสู่สังคม เพื่อความเจริญ และความอยู่รอด
    ของโรงเรียน
7. การเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับการวางแผนครอบครัวที่มีผลที่ทำให้ เด็ก-พลเมือง เกิดน้อยลง เด็กนักเรียนก็ต้องลดน้อยลง
    และรัฐบาลไม่ยอมลดการรับนักเรียน เป็นปัญหาแก่โรงเรียนในชนบท และโรงเรียนที่มีนักเรียนลดลงจำต้องแสวงหาลู่ทางร่วมกัน
    เพื่อแก้ปัญหากันต่อไป
3. แนวโน้มทางการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษา
    ระยะที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534) โดยสรุป
เน้นเรื่องการพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาชีวิต สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพให้เยาวชนเป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยมที่ดี ประพฤติตนตามหลักศาสนาและวัฒนธรรม มีความเข้าใจในปัญหาสังคมและแนวทางที่จะแก้ปัญหาพัฒนาสังคมร่วมกัน รู้จักคิด รู้จักทำ รู้จักแก้ปัญหา รู้จักปรับตัวให้ทันและสอดคล้องสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ ฯลฯ
กำหนดนโยบาย ส่งเสริมการเรียนการสอน ศาสนา ศีลธรรม และจริยศึกษาให้นักเรียนได้รู้หลักธรรมและแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง มุ่งพัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม พื้นฐาน 4 ประการ ตามพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ตามหลักธรรมของศาสนาโดยเฉพาะในเรื่องความกตัญญูกตเวที ความมีระเบียบวินัย ความสะอาด ความซื่อสัตย์ ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ การประหยัด การใช้ชีวิตเรียบง่าย เป็นต้น
กำหนดมาตรการและเป้าหมายของการศึกษา เพื่อส่งเสริมจริยศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายด้วยการตั้งศูนย์วิจัย การเรียนการสอนศาสนา ด้านหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน สื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนพร้อมทั้งฝึกอบรมครูด้วย ส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆ ในสถานศึกษา เช่น ลูกเสือ เนตรนารี เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมตามหลักการ วิธีการของกิจกรรมเสริมหลักสูตรเหล่านั้น เพื่อให้มีผลต่อการสร้างคุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมให้แก่เยาวชน
นอกจากนี้การจัดการศึกษา เราควรจะได้ศึกษาแนวทางปฏิบัติงานของสถานศึกษาในปีการศึกษา 2529 ที่ปลัดกระทรวงสั่งถึงอธิบดีทุกคน กำชับให้สถานศึกษาทุกสังกัดทราบเพื่อปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปในแนวทางเดียวกัน (ได้แนบแนวทางปฏิบัติงานของสถานศึกษามาพร้อมกับบทความนี้แล้ว) 

   *เป็นการบรรยายตอนหนึ่ง ในการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนคาทอลิก วันที่ 20 สิงหาคม 2529